เปโดรเบิกร่อง ตามด้วยวิลเลียนและโอดอย ซัดคนละประตูพา เชลซี คว้าชัยเหนือ ดีนาโม เคียฟ 3-0

เปโดรเบิกร่อง ตามด้วยวิลเลียนและโอดอย ซัดคนละประตูพา เชลซี คว้าชัยเหนือ ดีนาโม เคียฟ 3-0

   เปโดรเบิกร่อง ประตูแรก ตามด้วย วิลเลี่ยน และปิดท้ายด้วยประตูของ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ซัดกันคนละประตูพา สิงห์บลู เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ ดีนาโม เคียฟ 3-0 กุมความได้เปรียบก่อนบุกไปเยือนในเกมที่สองในเกมแรกยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย

เปโดรเบิกร่อง เชลซี คว้าชัยเหนือ ดีนาโม เคียฟ 3-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก สิงห์บลู เชลซี เปิด สแตมฟอร์ดบริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนจาก ดีนาโม เคียฟ ในวันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2562 ซึ่งทั้งสองทีมเคยจอกันสองครั้งใน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อปี 2015 โดย เชลซี บุกไปเสมอ 0-0 ก่อนจะกลับมาชนะในบ้าน 2-1

   ช่วงต้นเกม 15 นาทีแรก เชลซี เป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าแต่โอกาสทำประตูยังมีน้อย ส่วน เคียฟ แม้จะตั้งรับแล้วรอสวนแต่จังหวะสวนกลับก็ยังไม่ดีพอ

   จนกระทั่งนาทีที่ 17 ในที่สุด เชลซี ก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ เปโดร ลากบอลจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วให้ไปที่ ชิรูด์ ชิ่งกลับไปให้ เปโดร อีกครั้ง ก่อนจะหลุดเข้าไปยิง บอลพุ่งเข้าเสาแรกไปอย่างสวยงาม เชลซี นำก่อน 1-0

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมง เชลซี ยังมีโอกาสบุกทำเกมขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ประตูที่ 2 ยังไม่มา นาทีที่ 34 วิลเลียน ลากบอลจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายจนสุดเส้นหลัง ก่อนจะเปิดกลับเข้ามา แต่บอลไปแฉลบผู้เล่นทีมเยือนแล้วไหลไปเข้าทาง อลอนโซ่ ซัดด้วยซ้าย บอลแฉลบหลุดเสาสองออกไปได้เพียงเตะมุม

   จากนั้นเป็นจังหวะต่อเนื่อง เมื่อเชลซีได้เตะมุมทางฝั่งขวาแล้วเปิดเข้าไปตรงกลาง ลุยซ์ได้โหม่ง แต่น่าเสียดายที่บอลข้ามคานออกไปไม่ได้ประตู จบครึ่งแรกเชลซีนำอยู่ 1 ประตู

   เชลซี มาได้ประตูที่ 2 เพิ่มในนาทีที่ 65 จากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางฝั่งซ้ายที่ระยะประมาณ 20 กว่าหลา วิลเลียน ปั่นด้วยขวาบอลข้ามกำแพงพุ่งเข้าเสาแรกอย่างสวยงาม เชลซี นำห่าง 2-0

   หลังจากเสียประตูที่ 2เคียฟ พยายามจะบุกเพื่อเอาประตูคืนแต่ยังทำได้ไม่ดีพอ ทำให้ยังไม่ได้ประตูตีไข่แตก

   แต่นาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ เชลซี มาได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะที่เปโดรเปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ลอฟตัส-ชีค ส่งต่อให้โอดอยซัดโล่งๆเป็นประตู 3-0

   จบเกม เชลซี เป็นฝ่ายเอาชนะ ดีนาโม เคียฟ ไป 3-0 กุมความได้เปรียบในนัดแรกก่อนบุกไปเยือน เคียฟ ในนัดที่สองกลางสัปดาห์หน้า

 

 

 …

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก วิเคราะห์ก่อนเกม เอเอส โรม่า VS เอฟซี ปอร์โต้

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก วิเคราะห์ก่อนเกม เอเอส โรม่า VS เอฟซี ปอร์โต้

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก หมาป่า เอเอส โรม่า เปิดบ้านต้อนรับ เอฟซี ปอร์โต้ ที่สนาม สตาดิโอน โอลิมปิโก ในคืนวันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 03:00 น.

สถิติการพบกันครั้งล่าสุดของ เอเอส โรม่า กับ เอฟซี ปอร์โต้

24/08/16 เอเอส โรม่า 0-3 ปอร์โต้ UEFA CL

18/08/16 ปอร์โต้ 1-1 เอเอส โรม่า UEFA CL

31/07/06 ปอร์โต้ 1-0 เอเอส โรม่า INT CF

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เอเอส โรม่า กับ เอฟซี ปอร์โต้

เอเอส โรม่า

เจ้าถิ่น หมาป่า โรม่า ทีมอันดับ 5 จาก กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ผลงาน 5 เกมหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 2 และแพ้ไป 2 เกม

หมาป่าผ่านเข้ารอบมาได้ด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่ม จี ล่าสุดเพิ่งจะบุกไปเอาชนะ คิเอโว เวโรน่า มา 3-0 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

สภาพความพร้อมของทีมจะไม่มีดีเอโก้ เปร็อตติและเจงกิส อุนไดร์ที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังต้องรอเช็คความฟิตของโรบิน โอลเซ่นผู้รักษาประตูมือ 1 ด้วยว่าจะพร้อมลงสนามหรือไม่

แต่ข่าวดีคือยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ เทรนเนอร์โรม่าจะได้คอสตาส มาโนลาสกลับมาประจำการในแนวรับ และดานิเอเล่ เด รอสซี่ก็พร้อมลงตำแหน่งตัวจริงในแดนกลาง

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริง : อันโตนิโอ มิรันเต้, อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, คอสตาส มาโนลาส, เฟเดริโก้ ฟาซิโอ, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่, ดานิเอเล่ เด รอสซี่, ไบรอัน คริสตันเต้, นิโกโล่ ซานิโอโล่, เอดิน เชโก้, สเตฟาน เอล ชาราวี

เอฟซี ปอร์โต้

ส่วนทางด้านทีมเยือน เอฟซี ปอร์โต้ 5 เกมหลังสุด ชนะ 2 และเสมอไป 3 เกม และพวกเขาโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อไม่แพ้ใครเลย (ชนะ 5 นัด และเสมอ 1 นัด) ผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มดี

เกมนี้กุนซือ แซร์โจ้ คอนไซเซา หมดสิทธิ์ใช้งาน เฮซุส โคโรน่า ที่ติดโทษแบน นอกจากนี้ยังมี มุสซ่า มาเรก้า และ วินเซนต์ อบูบาการ์ ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่ ส่วนตัวหลักของทีมคนอื่นๆยังอยู่กันครบ

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริง : อีเกร์ กาซียาส, มักซี่ เปเรยร่า, เฟลิเป้, เอแดร์ มิลิเตา, อเล็กซ์ เตลเลส, เอคตอร์ เอร์เรร่า, ดานิโล่ เปเรยร่า, โอลิเบร์ ตอร์เรส, เอร์นานี่, ฟรานซิสโก้ โซอาเรส, อาเดรียน โลเปซ

 …