Category Archives: ผลบอลสด

ลา ลีกา พรีวิว ราโย บาเยกาโน่ VS เรอัล มาดริด

ลา ลีกา พรีวิว ราโย บาเยกาโน่ VS เรอัล มาดริด

   ลา ลีกา พรีวิว ราโย บาเยกาโน่ เปิดบ้านต้อนรับ ราชันชุดขาว  เรอัล มาดริด ที่สนาม เอสตาดิโอ เด บาเยกาส ในคืนวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2562 เวลา 01:45 น. ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

16/12/18 เรอัล มาดริด 1-0 ราโย บาเยกาโน่ ลาลีกา
23/04/16 ราโย บาเยกาโน่ 2-3 เรอัล มาดริด ลาลีกา
20/12/15 เรอัล มาดริด 10-2 ราโย บาเยกาโน่ ลาลีกา
09/04/15 ราโย บาเยกาโน่ 0-2 เรอัล มาดริด ลาลีกา
09/11/14 เรอัล มาดริด 5-1 ราโย บาเยกาโน่ ลาลีกา

ลา ลีกา พรีวิว ราโย บาเยกาโน่ VS เรอัล มาดริด

ราโย บาเยกาโน่

   เจ้าถิ่น ราโย บาเยกาโน่ ยังรั้งอยู่บ๊วยของตารางต่อ หลังจากที่พ่ายให้ เซบีย่า มา 0-5 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าน่าจะตกชั้นอย่างแน่นอนแล้วเนื่องจากมีคะแนนห่างจากพื้นที่โซนปลอดภัยอยู่ถึง 7 คะแนน ในขณะที่เหลือเกมให้เล่นอีกเพียงแค่ 4 นัดเท่านั้น

   ทางด้านความพร้อมของทีมปาโก้ เฆเมซกุนซือใหญ่ของทีม หมดสิทธิ์ใช้งานราอูล เด โตมาสศูนย์หน้าดาวรุ่งเนื่งจากติดสัญญายืมตัวจาก เรอัลมาดริด ส่วนกอร์ก้า เอลุสตอนโด้กองกลางก็ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ

   แต่ข่าวดีคือจะได้อัลบาโร่ เมดรานกองกลางตัวหลักพ้นโทษแบนกลับมาลงสนามได้เช่นเดิม ในขณะที่หลุยส์ อัดบินกูล่าและจานเนลลี่ อิมบูล่าก็กลับมาฟิตมีชื่อติดทีมทั้งคู่

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : อัลเบร์โต้ การ์เซีย, ตีโต้, อับดูลาย บา, อเล็กซ์ กัลเบซ, อเล็กซ์ โมเรโน่, อัลบาโร่ เมดราน, มาริโอ ซูอาเรซ, โฆเซ่ อังเคล โปโซ, เบเบ้, ฆาบี กูเอร์ร่า, อาดรี้ เอ็มบาร์บ้า

เรอัล มาดริด

   ราชันชุดขาว เพิ่งจะบุกไปเสมอกับ เกตาเฟ่ มา 1-1 ยังคงรั้งอันดับ 3 บนตารางตามหลัง แอตฯ มาดริด อยู่ 6 คะแนน

   ความพร้อมของทีมมีปัญหาพอสมควรโดยตัวเจ็บไล่มาตั้งแต่คาริม เบนเซม่าที่เจ็บต้นขาต้องพักประมาณ 2 สัปดาห์, อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่ากระดูกไหปลาร้าหักและเซร์คิโอ รามอส เซนเตอร์ก็เจ็บที่น่อง

   ส่วนในรายของ วินิซิอุส จูเนียร์ ยังคงต้องเช็คความฟิตก่อนแต่คาดว่าจะยังไม่ได้ลงสนามในเกมนี้ แต่ข่าวดีคือจะได้ ติโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารชาวเบลเยียมหายเจ็บกลับมาร่วมทีมได้แล้ว

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : ติโบต์ กูร์กตัวส์, ดาเนี่ยล การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, นาโช่ เฟร์นานเดซ, มาร์เซโล่, ลูก้า โมดริช, กาเซมิโร่, โทนี่ โครส, ลูกัส บาซเกซ, มาเรียโน่ ดิอาซ, มาร์โก อาเซนซิโอ

 

 …

ปลดล็อคสำเร็จ มิลาน เชือด ลาซิโอ 1-0 ขยับคืนท็อปโฟร์

ปลดล็อคสำเร็จ มิลาน เชือด ลาซิโอ 1-0 ขยับคืนท็อปโฟร์

   ปลดล็อคสำเร็จ ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน คว้าชัยชนะเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เกมได้สำเร็จจากจุดโทษของ ฟรองค์ เคสซี่ ทำให้ มิลาน เอาชนะ ลาซิโอ ไป 1-0 เก็บเพิ่ม 3 แต้มเป็น 55 แต้ม กลับขึ้นมารั้งอันดับที่ 4 บนตาราง

ปลดล็อคสำเร็จ มิลาน เชือด ลาซิโอ 1-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน เปิดบ้านต้อนรับ อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ ที่สนาม ซาน ซิโร่ ในวันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562

   เริ่มเกมเพียงนาทีที่ 3 ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะเล่นเร็ว เมื่อฆัวกินลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วตัดเข้าใน ก่อนจะจ่ายไปให้อิมโมบิเล่ได้ซัด บอลพุ่งเรียบไปติดเซฟเรน่า

   จากนั้น มิลาน พยายามจะตั้งเกมเพื่อจะบุกขึ้นมาเอาประตูแรกให้ได้ แต่ยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก กลับเป็นเจอเกมสวนกลับของ ลาซิโอ ในนาทีที่ 18 ซึ่งเป็นจังหวะที่ ฆัวกิน ให้ หลุยส์ อัลแบร์โต้ ยิงนอกกรอบที่ระยะเกือบ 20 หลา บอลพุ่งแรงแต่ เรน่า ยังเซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง

   ถัดมานาทีที่ 32 เป็นโอกาสของมิลานบ้าง จากคาลาเบรียกระชากบอลไปจนเกือบสุดเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนจะโยนกลับเข้ากลางมาให้พิออนเท็คโหม่งหลุดเสาออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   ช่วงท้ายเกมครึ่งแรกนาทีที่ 43 มิลาน ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ ซูโซ่ เปิดบอลจากทางฝั่งขวาเข้ากลางให้ ชัลฮาโนกลู ซัดด้วยขวาที่ระยะกว่า 25 หลา บอลพุ่งเฉียดคานออกไป

   จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ทำให้เสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังลาซิโอได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 50 จากเตะมุมทางฝั่งขวา อัลแบร์โต้เปิดมาให้ลูคัส วิ่งโฉบมายิงตรงเสาแรก บอลพุ่งเข้าข้างตาข่าย

   ถัดมานาทีที่ 62 เป็นจังหวะลุ้นของ มิลาน ครั้งแรกในครึ่งหลังเมื่อ ซูโซ่ เปิดบอลไปให้ พิออนเท็ค ได้โหม่ง บอลลอยไปเข้ามือ สตราโคช่า รับเอาไว้ได้

   นาทีที่ 76 เจ้าถิ่นต้องเฮเก้อเมื่อผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษของ มิลาน ไปแล้วจากจังหวะที่ ชัลฮาโนกลู ยิงบอลไปโดนแขน อแชร์บี้ แต่หลังจากดู VAR แล้วกรรมการจึงเปลี่ยนคำตัดสินไม่ให้เป็นจุดโทษกับ มิลาน

   หลังจากนั้นถัดมาอีก 2 นาที ในที่สุด เอซี มิลาน ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจุดโทษจนได้ ซึ่งเป็นจังหวะที่ มูซัคคิโอ โดน เดอร์มิซี่ กระแทกล้มลงไปในเขตโทษ กรรมการจึงเป่าให้เป็นจุดโทษทันที แล้วก็เป็น เคสซี่ รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่เหลือ

   จบเกม เอซีมิลาน เป็นฝ่ายเฉือนเอาชนะ ลาซิโอ ไป 1-0 ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 4 บนตาราง

 

 …

ครึ่งโหลเบาะๆ อิตาลี เปิดบ้านถล่ม ลิกเตนสไตน์ 10 ตัว 6-0

ครึ่งโหลเบาะๆ อิตาลี เปิดบ้านถล่ม ลิกเตนสไตน์ 10 ตัว 6-0

   ครึ่งโหลเบาะๆ อิตาลีสอนเชิงฟุตบอล ลิกเตนสไตน์ ที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนาม ไปเบาๆ 6-0 เก้บ 6 แต้มเต็มจากการชนะ 2 เกมรวด นำโด่งเป็นจ่าฝูงกลุ่มเจ ในศึก ยูโร2020 รอบคัดเลือก

ครึ่งโหลเบาะๆ อิตาลี เปิดบ้านถล่ม ลิกเตนสไตน์ 6-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่มเจ อิตาลี เปิดบ้านต้อนรับ ลิกเตนสไตน์ ที่สนาม เอ็นนิโอ ตาร์ดินี่ ในวันอังคารที่ 26 มีนาคม 2562

   เริ่มเกมเป็น อิตาลี ที่ได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 5 จากฟรีคิกกหน้าเขตโทษที่ระยะประมาณ 20 หลา กวายาเรลล่า ซัดไปติดกำแพงแล้วบอลกระดอนมาเข้าทางเจ้าตัวได้ซัดอีกครั้ง คราวนี้บอลทะลุกำแพงกำลังจะพุ่งเข้าประตู แต่นายทวาร ลิกเตนสไตน์ ยังพุ่งไปปัดเอาไว้ได้ปลายมือ

   เกมผ่านเข้าสู่นาทีที่ 17 อิตาลี ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ สปินาซโซล่า กระชากบอลขึ้นมาทางซ้ายจนเกือบสุดเส้นหลัง ก่อนจะหักกลับมาให้ เซนซี่ โหม่งเข้าไปเป็นประตู

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรก เจ้าถินยังคงเป็นฝ่ายที่เดินหน้าบุกเข้าใสทีมเยือนอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งมาบวกประตูที่สองเพิ่มได้ในนาทีที่ 32 เมื่อ แวร์รัตติ จ่ายบอลพลาดไปติดกองหลังทีมเยือนแต่ยังไปแย่งกลับมาได้ก่อนจะแหวกผู้เล่น ลิกเตนสไตน์ แล้วหาช่องซัดทันที อิตาลี นำ 2-0

   หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียง 3 นาที สกอรืไหลไปเป็น 3-0 เมื่อ อิต่ลี มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ฮัสเลอร์ ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ กรรมการไม่รอช้าเป่าให้เป็นจุดโทษของ อิตาลี ทันทีแล้วก็เป็น กวายาเรลล่า ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ

   ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกอิตาลีมาได้จุดโทษอีกครั้ง จากจังหวะที่เคาฟ์มันน์ เจตนาใช้แขนสกัดลูกยิงของแวร์รัตติจากเส้นประตู กรรมการจึงควักใบแดงไล่เจ้าตัวออกจากสนามทันที แล้วก็เป็นกวายาเรลล่าที่รับหน้าที่สังหารอีกครั้งไม่พลาด อิตาลีนำไปก่อนในครึ่งแรก 4-0

   ครึ่งหลังแม้จะได้ประตูนำห่างถึง 4 ลูก แต่ อิตาลี ก็ยังคงพยายามครองเกมบุกและเกือจะบวกประตูที่ห้าเพิ่มได้อยู่หลายจังหวะเหมือนกันแต่ก็ยังทำได้แค่เสียวๆ ส่วนทางด้าน ลิกเตนสไตน์ ที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนามนั้น แทบจะทำอันตรายอะไรให้ อิตาลี ไม่ได้เลย

   จนกระทั่งเกมล่วงเข้าสู่นาทีที่ 69 ประตูที่ 5 ของ อิตาลี ก็เกิดขึ้นจนได้เมื่อ สปินาซโซล่า ลากบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดไปเสาสองให้ กวายาเรลล่า โหม่งต่อให้ คีน ได้โขกจ่อๆ พาเจ้าถิ่นนำ 5-0

   เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ เจ้าถิ่นจัดให้อีกลูกในนาทีที่ 76 จาก แวร์รัตติ เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ ปาโวเล็ตติ โขกไปติดเซฟผู้รักษาประตูบอลกระดอนออกมาแล้วเจ้าตัวได้ซ้ำอีกครั้งไม่เหลือ

   จบเกม อิตาลี เปิดบ้านถล่ม ลิกเตนสไตน์ ไป 6-0

 

 …

เปโดรเบิกร่อง ตามด้วยวิลเลียนและโอดอย ซัดคนละประตูพา เชลซี คว้าชัยเหนือ ดีนาโม เคียฟ 3-0

เปโดรเบิกร่อง ตามด้วยวิลเลียนและโอดอย ซัดคนละประตูพา เชลซี คว้าชัยเหนือ ดีนาโม เคียฟ 3-0

   เปโดรเบิกร่อง ประตูแรก ตามด้วย วิลเลี่ยน และปิดท้ายด้วยประตูของ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ซัดกันคนละประตูพา สิงห์บลู เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ ดีนาโม เคียฟ 3-0 กุมความได้เปรียบก่อนบุกไปเยือนในเกมที่สองในเกมแรกยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย

เปโดรเบิกร่อง เชลซี คว้าชัยเหนือ ดีนาโม เคียฟ 3-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก สิงห์บลู เชลซี เปิด สแตมฟอร์ดบริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนจาก ดีนาโม เคียฟ ในวันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2562 ซึ่งทั้งสองทีมเคยจอกันสองครั้งใน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อปี 2015 โดย เชลซี บุกไปเสมอ 0-0 ก่อนจะกลับมาชนะในบ้าน 2-1

   ช่วงต้นเกม 15 นาทีแรก เชลซี เป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าแต่โอกาสทำประตูยังมีน้อย ส่วน เคียฟ แม้จะตั้งรับแล้วรอสวนแต่จังหวะสวนกลับก็ยังไม่ดีพอ

   จนกระทั่งนาทีที่ 17 ในที่สุด เชลซี ก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ เปโดร ลากบอลจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วให้ไปที่ ชิรูด์ ชิ่งกลับไปให้ เปโดร อีกครั้ง ก่อนจะหลุดเข้าไปยิง บอลพุ่งเข้าเสาแรกไปอย่างสวยงาม เชลซี นำก่อน 1-0

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมง เชลซี ยังมีโอกาสบุกทำเกมขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ประตูที่ 2 ยังไม่มา นาทีที่ 34 วิลเลียน ลากบอลจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายจนสุดเส้นหลัง ก่อนจะเปิดกลับเข้ามา แต่บอลไปแฉลบผู้เล่นทีมเยือนแล้วไหลไปเข้าทาง อลอนโซ่ ซัดด้วยซ้าย บอลแฉลบหลุดเสาสองออกไปได้เพียงเตะมุม

   จากนั้นเป็นจังหวะต่อเนื่อง เมื่อเชลซีได้เตะมุมทางฝั่งขวาแล้วเปิดเข้าไปตรงกลาง ลุยซ์ได้โหม่ง แต่น่าเสียดายที่บอลข้ามคานออกไปไม่ได้ประตู จบครึ่งแรกเชลซีนำอยู่ 1 ประตู

   เชลซี มาได้ประตูที่ 2 เพิ่มในนาทีที่ 65 จากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางฝั่งซ้ายที่ระยะประมาณ 20 กว่าหลา วิลเลียน ปั่นด้วยขวาบอลข้ามกำแพงพุ่งเข้าเสาแรกอย่างสวยงาม เชลซี นำห่าง 2-0

   หลังจากเสียประตูที่ 2เคียฟ พยายามจะบุกเพื่อเอาประตูคืนแต่ยังทำได้ไม่ดีพอ ทำให้ยังไม่ได้ประตูตีไข่แตก

   แต่นาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ เชลซี มาได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะที่เปโดรเปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ลอฟตัส-ชีค ส่งต่อให้โอดอยซัดโล่งๆเป็นประตู 3-0

   จบเกม เชลซี เป็นฝ่ายเอาชนะ ดีนาโม เคียฟ ไป 3-0 กุมความได้เปรียบในนัดแรกก่อนบุกไปเยือน เคียฟ ในนัดที่สองกลางสัปดาห์หน้า

 

 

 …

ฝืดหนัก งูใหญ่ เจาะไม่เข้าทำได้แค่เสมอกับ ซาสซูโอโล่ 0-0

ฝืดหนัก งูใหญ่ เจาะไม่เข้าทำได้แค่เสมอกับ ซาสซูโอโล่ 0-0

   ฝืดหนัก งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน เจาะเกมรับของ ซาสซูโอโล่ ไม่เข้าทำได้แค่เสมอไป 0-0 เก็บเพิ่มได้เพียงแต้มเดียวมี 40 คะแนน รั้งอันดับ 3 บนตาราง เซเรียอา ตามเดิม

ฝืดหนัก งูใหญ่ เจาะไม่เข้าเสมอกับ ซาสซูโอโล่ 0-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา นัดที่ 20 งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน เปิดบ้านต้อนรับ ซาสซูโอโล่ ที่สนาม จูเซ็ปเป้ เมียซซ่า ในวันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2562

   เริ่มเกมได้เพียง 5 นาที ซาสซูโอโล่ เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากลูกยิงไกลที่ระยะกว่า 20 หลาของ เบร์ราร์ดี้ บอลหลุดกรอบออกไปนิดเดียว

   เกมผ่าน 10 นาทีแรก อินเตอร์ พยายามจะคองบอลตั้งเกมบ้างแต่ก็ยังทำกันไม่ได้ กลับเป็นที่เยือนที่เกือบจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 14 จากบอลยาวริมเส้นโยนมาให้ บัวเต็ง โหม่งไปที่ ลูคาเตลลี่ กระชากไปยิงเฉียดเสาออกไป

   นาทีที่ 17 โอกาสลุ้นครั้งแรกของ งูใหญ่ จากลูกเตะมุมโปลิตาโน่เล่นสั้นให้โบรโซวิชเบิ้ลคืนโปลิตาโน่กระชากบอลก่อนไหลไปให้ โบรโซวิช หยอดเข้าเขตโทษให้เวชิโน่ได้โหม่งบอลเฉี่ยวคานนิดเดียว

   นาทีที่ 31 อินเตอร์ เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ เปริซิช ได้บอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนจ่ายไปหน้าปากประตูให้ โปลิตาโน่ โล่งๆแต่บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 40 ยังคงเป็นโอกาสุ้นของเจ้าถิ่นอีกครั้งและก็เป็น เปริซิช เจ้าเดิมที่ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะให้ไปที่ เวชิโน่ ยิงไปติดเซฟ คอนซิยี่

   จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันอยู่ 0-0

   เริ่มครึ่งหลัง นาทีที่ 48 งูใหญ่ เกือบได้ประตูขึ้นนำจากความผิดพลาดของผู้เล่นฝั่งทีมเยือนเมื่อโบรโซวิชโยนยาวไปหน้าปากประตู เปลูโซ่สกัดพลาดเกือบเข้าประตูตัวเองดีที่คอสซิยี่ชกทิ้งได้ทัน

   นาทีที่ 55 คราวนี้เป็นคราวของทีมเยือนบ้างและไม่น่าเชื่อว่าจังหวะนี้จะไม่เป็นประตูเมื่อ ดันแคน ไหลบอลให้ เบร์ราร์ดี้ โยนต่อให้ บัวเต็ง โหม่งจ่อๆแต่ ฮันดาโนวิช ยังยอดเยี่ยมเซฟเอาไว้ได้บนเส้นประตู

   นาทีที่ 72 เจ้าถิ่นยังคงบุกต่อจังหวะนี้เป็น ดัมโบรซิโอ โยนจากริมเส้นฝั่งขวาไปหน้าปากประตูให้ อิคาร์ดี้ โขกข้ามคานออกไป

   จบเกมไม่มีประตูเกิดขึ้น งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ทำได้เพียงเสมอกับซาสซูโอโล่ไป 0-0 เก็บเพิ่มได้เพียงแต้มเดียว

 

 …

ซานติเบิ้ล พา เรือดำน้ำสีเหลือง ไล่ตามเจ๊า เรอัล มาดริด 2-2

ซานติเบิ้ล พา เรือดำน้ำสีเหลือง ไล่ตามเจ๊า เรอัล มาดริด 2-2

   ซานติเบิ้ล เหมาคนเดียวสองประตูพา บีญาร์เรอัล ไล่ตามตีเสมอ ราชันชุดขาว 2-2 ช่วยให้ เรือดำน้ำสีเหลือง เก็บ 1 แต้มสำคัญได้สำเร็จ

ซานติเบิ้ล พา เรือดำน้ำสีเหลือง ตามเจ๊า เรอัล มาดริด 2-2

   ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน บีญาร์เรอัล เปิดบ้านพบกับ เรอัล มาดริด ที่สนาม เอสตาดิโอ เด ลา เซราลิน่า ดูบอลสด ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2562

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีเศษๆ เป็นจ้าถิ่นที่เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากการเล่นทีเผลอเมื่อ ฟอร์นาลส์ ไหลบอลเข้าเขตโทษทางขวาให้ ชุคซูเซ่ ซัดไปติดเซฟ คูร์กตัวส์

   สุดท้ายนาทีที่ 4 ก็เป็น บีญาร์เรอัล ที่เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจนได้ จากจังหวะที่ ชุควูเซ่ เลี้ยงบอลตัดเข้าในก่อนจะไหลเข้าเขตโทษทางฝั่งซ้ายให้ กาซอร์ล่า แปโล่งๆตุงตาข่าย เจ้าถิ่นนำ 1-0

   แต่แล้วหลังจากนั้นเพียงแค่ 3 นาที มาดริด ก็มาได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็วจากการที่ โมดริช จ่ายบอลออกขวาให้ การ์บาฆาล ที่เติมเกมรุกขึ้นมาก่อนจะไหลต่อไปที่ บาซเกซ กระชากบอลไปจนสุดเส้นหลังแล้วโยนไปเสาสองที่ เบนเซม่า โหม่งโล่งๆเป็นประตู มาดริด ตามตีเสมอทันควัน 1-1

   หลังจากที่ได้ประตูตีเสมอ เกมหลังจากนั้นตกเป็นของ มาดริด ที่ครองบอลไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ ถัดมานาทีที่ 20 ราชัน มาได้ประตูแซงขึ้นนำ 2-1 จากฟรีคิกระยะไกลแถวริมเส้นฝั่งขวา โครส เปิดไปเสาสองให้ วาราน เทคตัวโหม่งเสียบมุมเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

   หลังจากที่เสียประตูที่สอง เจ้าถิ่นพยายามที่จะตั้งเกมเพื่อที่จะอาประตูคืน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีวี่แวว จนกระทั่งจบครึ่งแรก เจ้าถิ่นยังคงเป็นฝ่ายตามหลัง เรอัลมาดริด อยู่ 1-2

   ครึ่งหลังเปิดเกมมา ราชัน ก็ลุยต่อทันที ส่วน บีญาร์เรอัล ก็พยายามบุกเพื่อที่จะเอาประตูตีเสมอให้ได้ นาทีที่ 65 มาดริด ได้ลุ้นจากจังหวะที่ บาซเกซ กระชากบอลหลุดเดี่ยวไปดวลตัวต่อตัวกับนายทวารเจ้าถิ่นก่อนยิงไปติดบล็อค อเซนโฆ่ พลาดประตูไปอย่างน่าเสียดาย

   แต่แล้วช่วงท้ายเกมนาทีที่ 82 หลังจากที่พยายามอยู่นาน ในที่สุดเจ้าถิ่นก็สมหวังจนได้เมื่อมาได้ประตูตีเสมอจาก ฟอร์นาลส์ ที่พาบอลหลุดทะลุขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนหยอดจะโยนไปให้ กาซอร์ล่า วิ่งสอดไม่ล้ำหน้าแล้วโหม่งจ่อๆเข้าไปตุงตาข่าย บีญาร์เรอัล ตาตีเสมอ 2-2 สำเร็จ

   ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกกันได้สนุก แต่ไม่มีทีมไหนที่สามารถทำประตูเพิ่มได้ สุดท้ายจบเกม บีญาร์เรอัล เปิดบ้านเสมอกับ เรอัล มาดริด ไป 2-2

 …

อีริคเซ่นซัดชัย ทดเจ็บพา สเปอร์ส เปิดบ้านเฉือนชนะ เบิร์นลี่ย์ 1-0

อีริคเซ่นซัดชัย ทดเจ็บพา สเปอร์ส เปิดบ้านเฉือนชนะ เบิร์นลี่ย์ 1-0

   อีริคเซ่นซัดชัย ในนาทีที่ 90 + 1 สวมบทพระเอกพา ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เฉือนเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ 1-0 ขยับจี้ ลิเวอร์พูล ห่างเพียง 3 แต้ม รั้งอันดับ 3 บนตาราง พรีเมียร์ลีก

อีริคเซ่นซัดชัย พา สเปอร์ส เฉือน เบิร์นลี่ย์ 1-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดบ้านต้อนรับ เบิร์นลี่ย์ ที่สนาม เวมบลีย์ ในวันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2561

   เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรก สเปอร์ส ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของ เบิร์นลี่ย์ เข้าไปทำประตูได้ เพราะดูท่าว่าเกมนี้ทางฝั่งของทีมเยือนจะเน้นมาเล่นเกมรับเต็มที่และรอโอกาสจากจังหวะสวนกลับและลูกนิ่งไม่ว่าจะเป็นเตะมุมหรือฟรีคิก

   นาทีที่ 18 ไก่เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะสวนกลับเร็ว โดยวางยาวไปให้ มูร่า วิ่งสอดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะยิงด้วยขวาทันที น่าเสียดายที่บอลหลุดเสาออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   ถัดมานาทีที่ 31 โอกาสทองอีกครั้งของ สเปอร์ส ที่พลาดอย่างไม่น่าเชื่อจากฟรีคิกหน้าประตูตัวเอง บอลไปถึง เคน จ่ายต่อออกขวาให้ ซิสโซโก้ ไหลต่อไปทางซ้ายที่ ลาเมล่า จับบอลแล้วกำลังจะยิงแต่ ฮาร์ท นายทวารของ เบิร์นลี่ย์ ยังมาทิ้งตัวบล็อคได้ทัน

   หลังจากนั้นช่วงท้ายเกมครึ่งแรก สเปอร์ส ยังคงพยายามบุกเอาประตู แต่ถึงแม้จะพยายามยังไงก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของ เบิร์นลี่ย์ ได้ ทำได้ดีที่สุดแค่เฉียดไปเฉียดมา สุดท้ายจบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

   เริ่มครึ่งหลังนาทีที่ 48 เป็นเบิร์นลี่ย์ที่ได้ลุ้นจากจังหวะที่ เลนน่อน เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาเข้ากลางให้ บาร์นส์ ซัดด้วยขวา แต่น่าเสียดายที่บอลไปติดบล็อค

   นาทีที่ 75 โอกาสทองฝังเพชรอีกครั้งของ ไก่เดือยทอง ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ได้ประตู เมื่อ โรส เปิดบอลไปตกใส่ ลาเมล่า จับบอลก่อนจะแปด้วยซ้ายแถวเส้นกรอบ 6 หลา แต่ ฮาร์ท ยังคงยอดเยี่ยมพุ่งมาทิ้งตัวปัดได้ทัน ก่อนที่เพื่อนจะมาเคลียร์ บอลออกไปพ้นอันตราย

   นาทีสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ช่วงทดเจ็บ เป็นโอกาสอีกครั้งของเจ้าถิ่น ซอน เฮือน-มิน กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วเปิดไปกลาง ทาร์คอฟสกี้ สกัดเกือบเข้าประตูตัวเองบอลปลิ้นมาทางเสาไกล สุดท้ายเป็น อัลลี่ ที่ตามมาซ้ำก็เข้าข้างตาข่ายไปอย่างน่าเสียดาย

   แต่แล้วในที่สุดความพยายามของ สเปอร์ส ก็มาสำเร็จในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90 + 1 และพระเอกในเกมนี้ก็คือ คริสเตียน อีริคเซ่น เป็นจังหวะที่ เคน ให้บอลไปที่ อีริคเซ่น จัดการแปลด้วยขวาเข้าประตูไปจนได้ สเปอร์ส ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 สำเร็จ และเป็นประตูชัยของ ไก่เดือยทอง ในเกมนี้ เก็บ 3 คะแนนเต็มรั้งอันดับ 3 บนตาราง พรีเมียร์ลีก ต่อไป

 …

หงส์ กลับจ่าฝูงชั่วคราว ลิเวอร์พูล เปิดบ้านอัด ฟูแล่ม 2-0

หงส์ กลับจ่าฝูงชั่วคราว ลิเวอร์พูล เปิดบ้านอัด ฟูแล่ม 2-0

   หงส์ ได้ประตูแรกจาก โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ก่อนที่ เจอร์แดน ชากิรี่ จะมายิงปิดท้ายช่วยให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเอาชนะ ฟูแล่ม ไป 2-0 เก็บเพิ่ม 3 คะแนนเต็มกลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราวบนตาราง พรีเมียร์ลีก

หงส์ ลิเวอร์พูล กลับจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ชั่วคราวหลังอัด ฟูแล่ม 2-0

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018/19 หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ฟูแล่ม ที่สนาม แอนฟิลด์ ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2561

   เริ่มเกมโอกาสแรกเป็นของเจ้าถิ่น จากบอลที่เปิดเข้าไปในเขตโทษเลยมาถึง มาเน่ วิ่งเข้ามาซัดในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ไปทางเสาไกล แต่ก็ทำได้แค่ส่งบอลออกหลังไปเพียงเท่านั้น

   นาทีที่ 16 เป็นจังหวะการเข้าทำสวยๆของ ลิเวอร์พูล ที่ทำชิ่งกันแล้ว ฟิร์มิโน่ ให้ต่อไปที่ ซาลาห์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วล็อกหลบแนวรับ ฟูแล่ม ก่อนจะซัดไปติดเซฟ ริโก้ ที่พุ่งออกมาบล็อกไว้ได้ทัน

   นาทีที่ 24 เป็นโอกาสลุ้นของ ฟูแล่ม ที่เกือบจะเป็นประตูขึ้นนำเมื่อ ฟานไดค์ ไปพลาดทำให้ มิโตรวิช โหม่งบอลไปให้ เซสเซญง หลุดเข้าไปแปด้วยซ้าย บอลผ่าน อลิสซอน ไปแล้วแต่หลุดออกหลังไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   แต่แล้วจากนั้นช่วงท้ายเกมครึ่งแรกนาทีที่ 41 หงส์แดง ก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนจนได้ จากจังหวะต่อเนื่องที่เกือบจะเสียประตู เมื่อ มิโตรวิช โหม่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายของ ลิเวอร์พูล ได้แล้วแต่ไม่ได้ประตูเพราะโดนจับล้ำหน้าไปก่อนแล้ว อลิสซอน นายทวารของ หงษ์แดง ตัดสินใจเล่นเร็ว โดยให้บอลไปที่ เทรนท์ ไหลต่อไปที่ ซาลาห์ หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะลากเข้าไปซัดเองเป็นประตู ลิเวอร์พูล นำ 1-0

   ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล มาได้เพิ่มอีก 1 ประตูในนาทีที่ 53 จากจังหวะต่อเนื่องจากเตะมุมบอลอยู่กับ โรเบิร์ตสัน เปิดจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปเสาไกลให้ ชากิรี่ สอดขึ้นมาแปบอลสวนตัวนายด่าน ฟูแล่ม เข้าประตูไป หงส์แดง นำ 2-0

   หลังจากที่ได้ประตูนำ 2 ลูก ลิเวอร์พูล เริ่มผ่อนเกมลง ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาบุกเหมือนช่วงต้นเกม อาศัยเพียงการครองบอลแล้วรอบุกจากลูกโต้กลับแทน ทำให้ไม่ค่อยมีจังหวะได้ลุ้นประตูเพิ่ม

   จนเข้าสู่ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่ได้ประตูเพิ่ม สุดท้ายจบเกม หงส์แดง ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ ฟูแล่ม ไป 2-0 เก็บเพิ่ม 3 แต้ม มี 30 คะแนน ขยับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ชั่วคราว

 …

ต่างดาว บาร์เซโลน่า ไร้ชัย 4 นัดติด เจ๊า ค้างคาว 1-1

ต่างดาว บาร์เซโลน่า ไร้ชัย 4 นัดติด เจ๊า ค้างคาว 1-1

   ต่างดาว บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายที่โดน บาเลนเซีย นำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 2 ก่อนที่ ลิโอเนล เมสซี่ จะมายิงตีเสมอให้กับ บาร์ซ่า ได้ในนาทีที่ 23 ทำให้ บาร์เซโลน่า บุกไปเสมอกับ ค้างคาว บาเลนเซีย ไป 1-1 ซึ่งนัดนี้เป็นนัดที่ 4 ในลีกที่บาร์ซ่ายังหาชัยไม่เจอ ต้องเสียตำแหน่งจ่าฝูงให้กับ เซบีย่า ไปเรียบร้อยแล้ว

   ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน ผลบอลสด ในวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 ค้างคาว บาเลนเซีย เปิดบ้านพบกับ ต่างดาว บาร์เซโลน่า ที่สนาม เมสตาย่า

ต่างดาว บาร์เซโลน่า เจ๊า บาเลนเซีย 1-1

   เริ่มเกมมาได้เพียงแค่ 2 นาที เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำเร็วจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย ปาเรโฆ่ เปิดบอลไปเสาแรก แฟร์มา เคลียร์บอลไม่ดีมาตกใส่ ปิเก้ เปลี่ยนไปเข้าทาง การาย ซัดจ่อๆเข้าไปเป็นประตู บาเลนเซีย นำก่อน 1-0

   ต่อมานาทีที่ 6 ยังคงเป็นโอกาสลุ้นของ บาเลนเซีย จังหวะนี้เป็น เกเดส ที่พาบอลหลุดไปถึงเส้นหลังฝั่งซ้าย ก่อนจะตบกลับเข้ากลางให้กับ กาเมโร่ ไหลต่อไปให้ บาตซูอายี่ กดด้วยซ้าย บอลพุ่งเฉียดปลายมือ สเตเก้น หลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสีดาย

   แต่แล้วในนาทีที่ 23 ในที่สุด บาร์เซโลน่า ก็มาได้ประตูตีเสมอสำเร็จจนได้ จากจังหวะที่ เมสซี่ เล่นชิ่งกันกับ ซัวเรซ แถวหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่ เมสซี่ จะกดด้วยซ้าย บอลพุ่งแรงเบียดเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม บาร์ซ่า ตามเจ๊าสำเร็จ 1-1

   ครึ่งหลังเริ่มเกมมานาทีที่ 55 เมสซี่ ไหลบอลออกซ้ายให้ อัลบา ส่งกลับมาที่ เมสซี่ แต่โดนผู้เล่นเจ้าถิ่นขวางเอาไว้ได้ เมสซี่ ยังคงตามไปเอาบอลกลับมาได้ ก่อนจะซัดด้วยซ้ายมุมแคบไปติดเซฟ เนโต้

   นาทีที่ 72 บาร์เซโลน่า ได้ลุ้นอีกครั้งจากฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษ เมสซี่ เป็นคนจัดการเองด้วยการปั่นด้วยซ้าย บอลพุ่งแรงหลุดคานออกหลังไป

   ช่วงท้ายเกมยังคงเป็น บาร์ซ่า ที่พยายามจะขึงเพื่อจะเอาประตูขึ้นนำให้ได้ นาทีที่ 80 บุสเกตส์ เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายให้ เมสซี่ เอาบอลลงแล้วยิงเลยทันที น่าเสียดายที่มุมที่ยิงแคบไป ทำให้บอลหลุดเสาแรกออกหลังไปในที่สุด

   ช่วงเวลาที่เหลือแม้ต่างดาวจะพยายามบุกอย่างไร ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับของ บาเลนเซีย เข้าไปทำประตูได้ สุดท้ายจบเกม บาร์เซโลน่า บุกมาเสมอกับ บาเลนเซีย ไป 1-1 ซึ่งนัดนี้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันแล้ว ที่บาร์ซ่ายังไม่ชนะใครในลีก

 …

ราชัน เรอัล มาดริด ฟอร์มบู่!! บุกพ่าย ซีเอสเคเอ มอสโก 1-0

ราชัน เรอัล มาดริด ฟอร์มบู่!! บุกพ่าย ซีเอสเคเอ มอสโก 1-0

   ราชัน ชุดขาว เรอัล มาดริด ตกเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่นาทีแรกโดน ซีเอสเคเอ มอสโก ออกนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นเกม สุดท้าย มาดริด ไม่สามารถทำประตูไล่ตามได้ทัน ทำให้จบเกม เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายพ่ายให้กับ ซีเอสเคเอ มอสโก ไป 0-1 สำหรับ ราชันชุดขาว หลังจากแพ้เกมนี้ทำให้ 3 นัดหลังสุดทุกรายการพวกเขายังไม่ชนะใคร โดยแพ้ 2 เสมอ 1

   ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปียนลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มจี ซีเอสเคเอ มอสโก เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก แชมป์เก่า เรอัล มาดริด ที่สนาม ลุซห์นิกิ ดูบอลสด วันอังคารที่ 2  กันยายน  2561

   เกมนี้แชมป์เก่ามาแบบไม่ค่อยฟูลทีมนัก ตัวหลักหลายคนมีปัญหาอาการบาดเจ็บทั้ง เบล, มาร์เซโล่, รามอส, อิสโก้ ทำให้ไม่สามารถลงสนามได้ สามแนวรุกจึงเป็นหน้าที่ของ เบนเซม่า, อเซนซิโอ้ และ บาวเกซ ส่วน เซบาญอส, คาเซมิโร่ และ โครส คอยประสานงานตรงกลาง เกมรับให้ เรกีลอน, นาโช่, วาราน และการ์บาฆาล สุดท้ายเป็น นาบาส ลงเฝ้าเสา

ราชัน เรอัล มาดริด โดนนำเร็วตั้งแต่ต้นเกม สุดท้ายพ่ายไป 0-1

   เกมเริ่มได้เพียงแค่นาทีเศษๆเท่านั้น มาดริด ก็ต้องมาเสียประตูอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร เมื่อ โครส พยายามจะส่งบอลคืนหลังแต่ดันไปเล่นแบบกั๊กๆ เลยโดน วลาซิช ฉกบอลเข้าไปยิงผ่านมือ นาบาส เข้าประตูไปง่ายๆ มอสโกนำทันที 1-0

   นาทีที่ 18 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูที่สองเพิ่ม จากลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้าย ซาโกเยฟ เปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบ วาราน ไปเข้าทาง ชาลอฟ ซัดด้วยซ้าย บอลพรุ่งตรงตัว นาบาส

   นาทีที่ 28 จังหวะนี้ มาดริด เกือบได้เฮ เมื่อ คาเซมิโร่ พาบอลจากกลางสนามลากเข้าเขตโทษ ก่อนจะกดด้วยขวา บอลพุ่งชนเสาแล้วเด้งออกไปอย่างน่าเสียดาย

   ท้ายเกมก่อนจบครึ่งแรก นาทีที่ 40 ราชันชุดขาวได้โอกาสอีกครั้ง เมื่อ กิลอน คลอสบอลจากริมกรอบฝั่งซ้ายไปเสาสองให้ เบนเซม่า ขึ้นโหม่งบอลพุ่งชนคาน จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด ตามหลัง ซีเอสเคเอ มอสโก 0-1

   ครึ่งหลัง มาดริด ยังคงพยายามทำเกมบุกเพื่อหวังทวงประตูคืน นาทีที่ 57 เซบายอส ให้บอลไปที่ เบนเซม่า หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะได้จังหวะปั่นด้วยขวา บอลแรงเหินข้ามคานออกไปไกล

   ต่อมานาทีที่ 77 เป็นโอกาสของเจ้าถิ่นบ้างเมื่อ โอบียาคอฟ ได้บอลในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะไหลไปให้ บิโยล ซัดด้วยขวา บอลกำลังจะเสียบใต้คานแต่ นาบาส ยังไวพุ่งไปปัดไว้ได้ทัน

   ท้ายเกมก่อนหมดเวลาการแข่งขัน นาทีที่ 90 โอกาสท้องอีกครั้งของ เรอัล มาดริด จากจังหวะที่ โอดริโอโซล่า เปิดบอลจากฝั่งขวาไปเสาสองให้ มาเรียโน่ โหม่งเน้นๆ แต่บอลพุ่งไปชนเสาแบบน่าเสียดายสุดๆ

   ช่วงทดเจ็บ เจ้าถิ่นต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน แต่มาดริด ก็ไม่สามารถตีเสมอได้ สุดท้ายจบเกม เรอัล มาดริด แชมป์เก่า บุกมาพ่ายให้กับ ซีเอสเคเอ มอสโก 0-1

 …